-
36
ผู้เข้าชมในวันนี้
-
77714
ผู้เข้าชมทั้งหมด
-
53
จำนวนเว็บไซด์
-
53
สมาชิกทันตแพทย์
-
46
สมาชิกบุคคลทั่วไป
-
4
สมาชิกฝากลิ้ง
|
การอุดฟัน(Tooth restoration)
|
|
เป็นวิธีการบูรณะฟันที่มีการสูญเสียเนื้อฟันจากสาเหตุต่างๆ เช่น ฟันผุ ฟันที่สึกจากการแปรงฟัน ฟันที่แตกหักจากอุบัติเหตุ แต่ยังไม่รุนแรงจนเข้าไปถึงในโพรงประสาทฟันซึ่งอยู่กลางตัวฟันและรากฟัน โดยทันตแพทย์จะกำจัดเนื้อเยื่อที่ผุออก หรือแต่งรูปร่างให้เหมาะสมกับการอุดแล้วจึงทำการอุดทดแทนเนื้อฟันส่วนนั้นด้วยวัสดุอุดฟัน ซึ่งมีให้เลือกหลายประเภททำให้โครงสร้างฟันกลับมาอยู่ในสภาวะที่ดี สามารถทำหน้าที่ได้ตามเดิม
แต่บางครั้งการบูรณะฟันที่ไม่ได้มีสูญเสียเนื้อฟันเลย แต่จำเป็นต้องอุดฟัน เพื่อช่วยให้ดูดีขึ้น เช่น ฟันหน้า ที่มีการเปลี่ยนสีของฟัน ฟันที่มีรูปร่างเล็กกว่าปกติ หรือฟันหน้าที่มีช่องห่าง การอุดฟันดังกล่าวจะทำให้ฟันให้ฟันมีรูปร่างและสีที่ผิดปกติ กลับมามีรูปร่างหรือสีที่ใกล้เคียง หรือเหมือนกับฟันที่ปกติได้
ชนิดของวัสดุอุดฟัน
|
| |
1.วัสดุอุดอมัลกัม (Amalgam filling)
2.วัสดุอุดฟันสีเหมือนฟัน(Composite resin filling)
3.วัสดุอุดกลาสไอโอโนเมอร์ (Glass Ionomer filling)
|
|
การอุดฟันด้วยวัสดุอมัลกัม (Amalgam filling)
ใช้อมัลกัมซึ่งเป็นวัสดุโลหะผสมระหว่าง ปรอทผสมกับ เงินและทองแดง อมัลกัมเป็นวัสดุอุดฟันที่นิยมใช้มาอย่างยาวนาน มีจุดเด่นที่ความแข็งแรงเพราะเป็นส่วนผสมของโลหะ มักใช้อุดฟันหลังที่ต้องรับแรงแต่ไม่แน้นเรื่องความสวยงาม ซึ่งเมื่ออ้าปากดู จะเห็นวัสดุอมัลกัม เป็นสีเทามัน แบบโลหะ และเมื่อใช้ไปงานนานๆสีอาจเปลี่ยนคล้ำขึ้น และเนื่องจากตัววัสดุไม่สามารถยึดติดกับฟันได้ด้วยตัวเอง ทำให้ทันตแพทย์ต้องกรอแต่งฟันเป็นลักษณะเฉพาะเพื่อให้เกิดการยึดอยู่ซึ่งจะสูญเสียเนื้อฟันค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการอุดฟันด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน และตัววัสดุเองนั้นไม่ปล่อยฟลูออไรด์ แต่อมัลกัมเองก็มีข้อดีคือตัววัสดุมีความแข็งแรงสูง ราคาถูกและเทคนิคการอุดไม่ยุ่งยากเท่าวัสดุสีเหมือนฟัน
ทำไมเมื่ออุดอมัลกัมมาใหม่ๆ จึงห้ามใช้เคี้ยว
ที่ต้องห้ามใช้ฟัน ซึ่งอุดด้วยอมัลกัมเคี้ยว ในช่วงที่อุดมาใหม่ๆ เนื่องจากอมัลกัม ซึ่งเป็นโลหะผสม เมื่อจะใช้อุด จะต้องนำไปปั่นผสมกับปรอท จะอยู่ในสภาพที่อ่อนนิ่มปั้นได้ ต่อมาจะแข็งตัวขึ้นเรื่อยๆ แต่การแข็งตัวที่สมบูรณ์จริงๆ จนสามารถทนแรงบดเคี้ยวได้นั้น จะต้องใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง หลังการแข็งตัว ภายหลังการอุด
|
|
การอุดฟันด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน(Composite resin filling)
ใช้วัสดุอุดฟันที่มีสีเหมือนฟันธรรมชาติซึ่งเป็นวัสดุจำพวกเรซิ่นเรียกว่าคอมโพสิตเรซิ่น (Composite resin) อุดฟันโดยตรงหลังจากทันตแพทย์กรอฟันส่วนที่ผุออกแล้ว ซึ่งวัสดุอุดจะแข็งตัวได้โดยการฉายแสงจาก เครื่องฉายแสงทางทันตกรรมโดยต้องสารยึดติด(bonding)เป็นตัวช่วยให้เกิดการยึดติดกับฟันวัสดุนี้มีเฉดสีให้ ทันตแพทย์เลือกใช้อุดตามสีฟันของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ซึ่งบางคนฟันอาจจะขาว เหลืองนิดหน่อยไปจนเหลืองเข้ม
ทำให้ทันตแพทย์ต้องเลือกใช้วัสดุที่สีใกล้เคียงกับฟันที่ผุเพื่อให้ดูกลมกลืน กับฟันข้างเคียงและมีความสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติมากที่สุดหลังอุดไปแล้ว
สมัยก่อนวัสดุชนิดนี้นิยมใช้สำหรับการอุดฟันหน้าเพื่อความสวยงาม แต่ปัจจุบันวัสดุคอมโพสิตเรซิ่น(Composite resin)นี้ได้รับการพัฒนาให้มีความแข็งแรงมากขึ้นสามารถ จนสามารถนำมาใช้ในการอุดฟันหลังที่ต้องรองรับแรงบดเคี้ยวอาหารได้ทำให้ได้รับความนิยมใช้เป็นวัสดุอุดฟันแทนวัสดุสีเงิน(อมัลกัม) ทั้งนี้ทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมและหารือกับผู้ป่วยถึงทางเลือกและข้อดีข้อด้อยของวัสดุแต่ละชนิด
|
|
การอุดฟันด้วยวัสดุกลาสไอโอโนเมอร์ (Glass Ionomer filling)
กลาสไอโอโนเมอร์เป็นวัสดุชนิดเดียวที่ใช้อุดฟันที่สามารถยึดติดกับฟันได้โดยพันธะทางเคมีโดยตรง โดยไม่ต้องอาศัยสารช่วยยึดติดเหมือนวัสดุสีเหมือนฟัน(Composite resin) และสามารถปล่อยฟลูออไรด์ออกมาได้ เพื่อช่วยป้องกันฟันผุซ้ำได้ มีสีคล้ายฟันแต่จะทึบกว่าฟันธรรมชาติ แต่วัสดุชนิดนี้จะสึกกร่อน ได้มากกว่าวัสดุฟันชนิดอื่น จึงเหมาะกับการใช้อุดฟันที่มีรอยผุเล็กๆ อุดบริเวณคอฟันที่สึกและฟันน้ำนม
|
| |
| |
|